จากกรณีคนร้ายกราดยิงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ภายในในศูนย์เด็กเล็ก พื้นที่ ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ไม่ต่ำกว่า 30 ศพ และในเหตุการณ์นี้ มีพยานในเหตุการณ์ให้ข้อมูลถึงความบ้าคลั่งของคนร้ายที่เป็นอดีตตำรวจ ถูกไล่ออกจากราชการ ใช้อาวุธปืนไล่ยิงแบบไม่เลือกหน้า แม้แต่เด็ก และคนสูงวัย ก็ยังถูกกราดยิง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และมีผู้ได้บาดเจ็บอีกหลายรายเช่นกัน โดยมีรายงานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ คือ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ ผบ.หมู่(ป) สภ.นาวัง หลังก่อเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จึงได้ขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว หลบหนีไปยังบ้านพักก่อนจะรีบจุดไปเผารถ และเข้าไปยิงลูกกับภรรยาจนเสียชีวิต แล้วยิงตัวตายตามหนีผิด เสียชีวิตไปอีก 3 ศพ ซึ่งมีรายงานล่าสุดว่า มีผู้เสียชีิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวไปถึง 36 ชีวิต และได้รับบาดเจ็บไป 12 ราย และในจำนวนนี้ สาหัสถึง 8 รายนั้น
ล่าสุด ได้มีรายงานการเปิดประวัติ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ ผบ.หมู่(ป) สภ.นาวัง โดยระบุว่า อดีตตำรวจคลั่งรายนี้ บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ตำแหน่ง ผบ.หมู่(ป.) สภ.ยานนาวา ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่(ป.) สภ.นาวัง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ตามคำสั่ง ภ.4 ที่ 1338/2562 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2562
เมื่อย้ายมาที่ สภ.นาวัง เริ่มมีปัญหาทะเลาะกับแฟน เนื่องจากแฟนไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน และเริ่มมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนร่างกายซูบผอม มีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งเพื่อนข้าราชการตำรวจต่างทราบดีและไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เมื่อออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้บังคับบัญชาให้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยธนาคารออมสิน ส.ต.อ.ปัญญาฯ ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ กลับไปนอนอยู่ในรถซึ่งจอดไว้หน้าธนาคาร เมื่อผู้จัดการธนาคารออมสิน ได้ขอความช่วยเหลือโดยให้คุ้มกันการเคลื่อนย้ายนำเงินเข้าเครื่อง ATM กลับแสดงอาการไม่พอใจ ทำท่าจะชักปืนขู่ ทำให้ผู้จัดการต้องโทรศัพท์แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา ส.ต.อ.ปัญญา ได้ไปคบหากับหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งทำงานอยู่ในสถานบันเทิง ที่ปัจจุบันได้ปิดกิจการไปแล้ว โดยหญิงสาวรายนี้ มีประวัติเคยเป็นแฟนกับชายหนุ่มที่เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ถูกจำคุกอยู่เรือนจำหนอวบัวลำภู และในช่วงที่ ส.ต.อ.ปัญญา คบกับหญิงสาวรายนี้ ก็มักจะพาเพื่อนเข้ามมั่วสุมที่บ้านพักข้าราชการตำรวจของ ส.ต.อ.ปัญญา เป็นประจำ อีกทั้ง เมื่อ ส.ต.อ.ปัญญา เมาได้ที่ ก็มักจะเอาปืนออกมายิงนอกบ้านพัก แม้จะเป็นที่เอือมระอา ของบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง รวมถึงครั้งหนึ่ง เคยมีตำรวจเข้าไปตักเตือน ก็ยังถูกด่าสาดเสียเทเสีย และยังปรี่ตรงเข้ามาทำร้ายร่างกาย จนเกิดเป็นเหตุทะเลาะวิวาท จนผู้บังคับบัญชาทำทันบนเอาไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ทาง ผกก.สภ.นาวัง ได้ดำเนินการตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ตามโครงการตำรวจสีขาว ไม่ไห้ข้าราชการตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ยังได้รับรายงานว่า ส.ต.อ.ปัญญาฯ ยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยยอมรับว่าเสพยาเสพติดงอมแงมมาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว แต่ก็รับปากว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยว จนกระทั่งวันที่ 20 มกราคม 2565 ที่ผ่านมาชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.หนองบัวลำภู ได้ทำการสืบสวนก่อนเข้าตรวจค้นจับกุม ส.ต.อ.ปัญญา ในคดียาเสพติด แล้วปรากฏมีหลักฐานตามบันทึกจับกุม ซึ่งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ส.ต.อ.ปัญญาฯ ให้การรับสารภาพ ด้วยถ้อยคำระบุว่า “สูบยาบ้ามาตั้งนานแล้ว เมื่อก่อนมียาบ้าเป็นร้อยๆ เม็ด ไม่เห็นมีใครมาจับกุม”
ส่วนยาบ้าที่ถูกตรวจค้นพบ ส.ต.อ.ปัญญา รับว่า ได้รับมาจากอดีตตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการแล้ว จากนั้นจึงถูกดำเนินคดี และถูกให้ออกจากราชการ จนกระทั่ง มาก่อเหตุสุดสะเทือนขวัญดังกล่าว