วันนี้ (29 ต.ค.65) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้า PCT แถลงผลการ จับกุมคนผู้ต้องหาอ้างเป็นผู้กำกับ สภ.เมือง เชียงราย สายหลอกเชือดเงินหมอ กว่า 100 ล้านบาท และเหยื่อคนไทยอีกจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนหากินสุจริต ไปจับกุมนายชลวิชา หรือเบียร์ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร ทำหน้าที่ในการปลอมเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่มีหลักฐานยืนยันว่า นายเบียร์เป็นมือเชือด ที่หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินในขั้นตอนสุดท้าย ได้เงินไปมากกว่า 150 ล้านบาท
หลังจากรวบรวมหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับลงวันที่ 28 ตุลาคม ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่นร่วมกันอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจรร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน จากนั้น เจ้าหน้าที่ประสานเร่งรัดทางการกัมพูชาดำเนินการไปยังเมืองปอยเปตเข้าทะลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์พบว่าหัวหน้าชาวไต้หวันสร้างทางลับพาพนักงาน Call Center คนไทยหลบหนีออกไปจากตึก โดยนายเบียร์หลบหนีกลับมาประเทศไทยและถูกติดตามจับกุมตัวได้
จากการสอบสวน นายชลวิชา ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยเริ่มต้นข้ามไปประเทศกัมพูชา ทางช่องทางธรรมชาติเพื่อทำงานเป็น Admin เว็บพนันที่เมืองปอยเปตประเทศกัมพูชา โดยทำมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2564 ถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2565 จากนั้น ถูกย้ายตึกทำงานและเริ่มหลอกลวงเป็นพนักงาน Call Center สาย 2 อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ยศร้อยตำรวจโท แต่เมื่อทำมาได้ระยะหนึ่งหัวหน้าชาวไต้หวัน ได้เห็นถึงความสามารถในการเชื่อ จึงเลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่สาย 3 อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงยศพันตำรวจเอกโดยหลอกลวงผู้เสียหายว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับการจับกุมตัวคดี ของนายจักรพงศ์ ลือเสาะ โดยนายชลวิชาอ้างว่าตั้งแต่ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์สามารถหลอกลวงผู้เสียหายได้ประมาณ 7-8 ล้านต่อเดือน และเคสใหญ่ที่หลอกได้มี 3 ครั้ง
สำหรับรายละเอียด พบว่า เมื่อช่วงเดือนเมษายนปี 2565 ได้มีการหลอกลวง ข้าราชการครูเกษียณได้ 11 ล้านบาท ช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 หลอกลวงนักลงทุนหุ้นได้ 45 ล้านบาท และช่วงเดือนต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเคส ล่าสุด หลอกลวงคุณหมอในจังหวัดชุมพร ได้เงินไป 101 ล้านบาท ซึ่งประวัติของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ มีพนักงานเป็นคนไทยประมาณ 50 ถึง 60 คนได้รับเงินเดือนคนละ 20,000-30,000 บาทต่อเดือนทั้งนี้ยังไม่รวมค่าคอมมิชชั่นที่ได้จากการหลอกลวงอีก 3% ส่วนนายชลวิชาได้นำเงินจากการหลอกลวงไปสร้างบ้านประมาณ 1 ล้านบาท และให้ญาติอีก 1 ล้านบาท รวมถึงนำไปซื้อทองรูปพรรณมาเก็บไว้อีกประมาณ 500,000 บาทรวมเงินที่ได้จากการหลอกลวงจากการทำงานเป็นแก๊ง Call Center ประมาณ 4 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในการแถลงข่าว ครั้งนี้ มีการเชิญผู้เสียหาย มาเพื่อพูดคุยกับ ผู้ต้องหาที่ถูกจับผ่านการโทรศัพท์ เพื่อทดสอบการฟังเสียงสนทนา และจำลองเหตุการณ์ขณะหลอกลวงผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์ ให้ฟัง พร้อมกับบอกว่า ดีใจและขอบคุณตำรวจ ที่ ติดตามจับกุมตัวได้