วันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เฟซบุ๊กของผู้ใช้ที่ชื่อ “Yaowapa Yaowapa” ได้มีการนำคลิปภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นภาพภายในร้านขายของชำแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่กำลังเปิดร้านค้าขายตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติ เพราะภายในภาพกลับมีพระสงฆ์ ไม่ทราบสำนักรูปหนึ่ง เดินถือถังผ้าป่าเข้ามาติดต่อพูดคุยกับเจ้าของร้านที่เป็นหญิง แล้วหลังจากนั้น ก็กลายเป็นเรื่องเกิดมีปากเสียงกัน โดยจากการฟังเสียงการพูดคุย จะพบว่า เป็นเสียงของพระสงฆ์ที่กำลังยืนอธิบายและต่อว่ากับทางเจ้าของร้าน โดยที่ผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ได้มีการใส่ข้อความอธิบายถึงคลิประบุด้วยว่า “เหตุเกิดเพราะเราไม่เอาถังลงที่ร้าน พระว่าเราต่างๆนาๆ เราผิดอะไร”

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้โพสต์เพื่อสอบถามข้อมูลในเบื้องต้น จนทราบว่า ผู้โพสต์คือ น.ส.เยาวภา แพ่งทอง อายุ 37 ปี เจ้าของร้านค้าโชว์ห่วยในพื้นที่บ้านวังหยวก ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จึงได้เดินทางไปที่ร้านดังกล่าว พบกับ น.ส.เยาวภา นำพาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูจุดที่มีพระสงฆ์เดินเข้ามาพูดคุย เพื่อขอให้ทางร้านอนุญาตวางถ้าผ้าป่าในการรับรับปัจจัยจากญิตโยมที่อยากทำบุญ โดย น.ส.เยาวภา เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า พอพระเดินมาถึงร้าน เขาก็เรียกตนว่าพี่เลยนะ ตนก็อึ้ง ว่าทำมัยเป็นพระแล้วมาเรียกสัพนามตนว่าพี่ จากนั้น พระก็พูดคุยในทำนองจะขออนุญาติวางถังผ้าป่าเพื่อรับบริจาคปัจจัย แต่ตนปฏิเสธ ซึ่งก็พูดกับพระรูปนั้นว่า ขอผ่านไปก่อนนะคะ เพราะเคยเห็นเอามาลงแล้ว และก็ยังมีการเอามาลงหลายๆ รอบ และช่วงนี้ร้านตนขายของไม่ดีด้วย จึงขอให้ท่านผ่านไปทางอื่นก่อน และหลังจากสิ้นสุดประโยคที่ตนพูดไป ก็ถูกพระรูปนั้น พูดจาในลักษณะต่อว่าทันที่ ซึ่งตนมองว่า สมควรหรือไม่

“วันนั้นคือช่วงใกล้เที่ยงของวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะที่ฉันนั่งอยู่ในเคาว์เตอร์ร้าน ก็มีพระที่ปรากฏอยู่ในคลิปเดินลงจากรถกระบะ 4 ประตู เดินถือถังผ้าป่าลงมาหา จากนั้น ก็จะขอวางถังเพื่อรับบริจาค แต่เมื่อฉันปฏิเสธไป พระก็ได้ยกเอกสารแฟ้มใหญ่ออกมาโชว์ทันที โดยพยายามโน้มน้าวเพื่อให้ฉันเชื่อว่า เป็นพระจริง มีสังกัดวัดอยู่จริง ในพื้นที่ จ.พิจิตร ซึ่งฉันก็ตอบปฏิเสธกลับไปอย่างเดียว จึงทำให้พระรูปนั้น เริ่มมีอารมณ์ต่อว่า หาว่าฉันไม่ยอมฟังอะไรเลยนะ ขายของมาได้อย่างไรขนาดนี้ ไม่ฟังคนอื่นเลย”

น.ส.เยาวภา ระบุว่า ในเวลานั้นตนเห็นเป็นพระกลัวบาป จึงควบคุมสติอารมณ์ไม่โต้เถียง เพื่อให้พระรีบออกจากร้านไปให้เร็วที่สุด แต่เมื่อพระเดินจากไปแล้ว ก็มีเพื่อนบ้านร้านค้าในละแวกถัดไป มาบอกว่า มีพระไปพูดนินทาว่าร้านตน บอกแม่ค้าร้านนี้ปัญญาอ่อน พระอุตส่าห์เอาบุญมาให้ก็ไม่ทำ ซึ่งสุดท้าย เจ้าของร้านค้าที่พระไปขอวางถังผ้าป่าร้านถัดไป เขาก็ไม่ขอรับยวางถังผ้าป่าด้วยเช่นกัน แล้วปรากฏว่า ร้านนนั้นก็ถูกต่อว่าไปด้วย ตนจึงได้นำคลิปกล้องวงจรปิดภายในร้าน ที่บันทึกเหตุการณ์ในช่วงที่พระเข้ามา นำไปโพสต์เตือนในเฟซบุ๊ก เพื่อให้เพื่อนสมาชิก ระมัดระวังเมื่อมีพระสงฆ์มาในลักษณะแบบนี้

“การที่พระสงฆ์มาแสดงกริยาแบบนี้ มันทำให้ฉันเสื่อมศรัทธากับพระมากเลยนะ ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมาห่มจีวร แผ่บุญให้กับชาวบ้าน ทำแบบนี้ ชาวบ้านจะได้บุญไหม ส่วนพระจริง หรือไม่จริงนั้น ฉันไม่รู้ แต่ฉันก็อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาเฝ้าสังเกตนะ เพราะบริเวณแถวนี้ จะมีพระตะเวนมาขอวางถังบริจาคปัจจัยอยู่เรื่อยๆ อาทิตย์นึง ต้องมี 2 ครั้ง โดยช่วงแรกฉันก็ให้วางนะ เคยให้วางไป 2 ถัง แต่เห็นเริ่มมากันถี่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ฉันก็ไม่อนุญาตให้วางอีกเลย ซึ่งหากใครอยากจะทำบุญ แล้วไปเจอถังบริจาคแบบนี้ ตนขอแนะนำว่า ไปทำบุญกับวัดใกล้บ้านโดยตรงดีกว่า” น.ส.เยาวภา กล่าว

ด้านนางวันเพ็ญ ฤทธิ์รงค์ อายุ 55 ปี แม่ค้าร้านขายของที่อยู่ห่างจากร้านโชห่วยของ น.ส.เยาวภา ไปประมาณ 300 เมตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันที่พระนำถังผ้าป่ามาขอวางที่ร้านค้า ตนไม่อยู่ร้าน ให้หลานเฝ้าร้านแทน ทางหลานก็ได้บอกพระแค่ว่า เจ้าของร้านไม่อยู่ ต้องรอเจ้าของก่อน ก็ทำให้พระสงฆ์รูปที่ไปร้านของ น.ส.เยาวภา มาก่อนหน้านี้ ไม่พอใจหนัก ถึงขั้นต่อว่าๆ “คนแถวนี้ เป็นอะไรกันหมด ทำไมไม่ทำบุญกันเลย ไม่เหมือนกับที่อื่นที่ไกลๆ เขายังทำบุญกันเยอะ ทำดียิ่งกว่านี้อีก” โชคดีที่ตอนนั้น ตอนไม่อยู่ ไม่เช่นนั้น พระรูปนี้คงโดนตนฉะยับ
“เขาเป็นพระ แล้วมาพูดแบบนี้ได้ยังไง เป็นพระมันต้องสำรวมไม่ใช่หรือ แต่ก็ยังไม่วาย โดนต่อว่าอีกว่า หลานตนเรื่องมาก ถามอะไรปัญญาอ่อน งี่เง่า ไม่มีสมอง ไม่ฟังพระอีก ฉันหมดศรัทธากับพระเลยจริงๆ นะ”
เมื่อถามว่า ได้ขอตรวจสอบพระหรือไม่ ว่าอยู่วัดไหน นางวันเพ็ญ บอกแค่ว่า หลานได้ถามแล้ว พระก็บอกว่า วัดท่าอยู่เขตรอต่อระหว่างพิจิตร-นครสวรรค์ แต่อยู่ในฝั่งนครสวรรค์ แต่เมื่อหลานสังเกตดูที่ป้ายชื่อถัง ก็พบว่า มีการระบุเป็นวัดที่อยู่ในเขต จ.พิจิตร จึงได้ซักถามไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นโดนพระว่ากลับ ว่าถามอะไร งี่เง่านักหนาอีก ซึ่งก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอย่างจริงจัง เกี่ยวกับพระที่มาขอวางถังผ้าป่าในลักษณะเช่นนี้ ว่าทั้งหมด เป็นพระจริง และมีวัดที่จะทำบุญตามที่ระบุในถังแต่ละใบจริงหรือไม่ เพราะเห็นพระพฤติกรรมแบบนี้ ตนรับไม่ได้จริงๆ.
ภาพ-ข่าว : ณัฐพล บัณฑิตพุฒ จ.นครสวรรค์