เวลา 17.00 น. วันที่ 19 พ.ย. 2565 นายประเจิด สมสายหน่อย อายุ 57 ปี ชาว อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รุมทำร้ายร่างกายทุบตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตาขวาบอดสนิท แขนซ้ายหัก 2 ท่อน ผ่านมา 6 เดือนคดีไม่มีความคืบหน้า ซ้ำถูกผู้ก่อเหตุเยาะเย้ยถากถางว่ายากจน ไม่มีทางจะทำอะไรเขาได้

ลุงประเจิด เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2565 เวลา 19.00 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถ จยย.กลับบ้าน โดยใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ระหว่างทางก่อนถึงบ้านของตน สังเกตุเห็น นายสมชายฯ ซึ่งเป็นพ่อของนายพรชัยฯ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ยืนอยู่ริมถนนทางด้านซ้ายมือโดยหันหลังให้ เมื่อตนขับรถเข้าไปใกล้ในระยะประมาณ 2-3 เมตร จู่ๆนายสมชาย ได้หันกลับมาใช้ไม้ตีเข้ามาที่ศีรษะของตน ทำให้รถเซเข้าข้างทาง ตนรู้สึกว่ามีเลือดไหล จึงจอดรถ จยย. จากนั่น นายสมชาย ได้เดินตามมาที่รถ และถามตนว่า "มึงรู้ไหมกูเป็นใคร" พอสิ้นเสียงนายสมชาย ได้ใช้ไม้ตีมาที่ตนอีกหลายครั้ง ระหว่างนั้น นายพรชัยฯ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ถือไม้ไผ่ลักษณะเป็นไม้ตะพต วิ่งเข้ามารวมตีตนที่บริเวณใบหน้าและศีรษะหลายครั้ง ตนจึงยกแขนขึ้นมากัน ทำให้แขนหัก 2 ท่อน ตนตั้งสติได้จึงวิ่งหนีร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ระหว่างทางได้มีพลเมืองดีขับรถ จยย.ผ่านมา จึงจอดรับตนพาไปที่บ้านหลานชาย จากนั้นหลานชาย ได้พาตนไปส่งรักษาตัวที่ รพ.ประเจิด ทาง รพ.ประเจิด เห็นว่าตนมีอาการวิกฤต มีเลือดออกในสมอง โหนกแก้มหัก แขนหัก 2 ท่อน เป็นตายเท่ากัน จึงส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.สิงห์บุรี ตนนอนรักษาตัวอยู่ รพ.สิงห์บุรี 7 วัน เมื่ออาการดีขึ้น หมอจึงอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นรักษาตัวต่อที่บ้านอีกกว่า 1 เดือน เมื่ออาการดีขึ้น ตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางระจัน ให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ที่รุมทำร้ายตนให้ถึงที่สุด แต่เหตุการณ์ผ่านไปแล้วเกือบ 6 เดือน คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ลูกชายตนติดต่อสอบถามไปที่ร้อยเวร ก็ไม่ได้รับคำตอบ ว่าคดีอยู่ในขั้นตอนไหน ร้อยเวรบอกเพียงว่าให้รอก่อนๆ มิหนำซ้ำคู่กรณีซึ่งอยู่บ้านใกล้กันมาเยาะเย้ยถากถาก ไปพูดกับคนทั้งหมู่บ้านว่า ครอบครัวตนเองยากจน จะเอาปัญหาที่ไหนไปสู่กับเขา เขาบอกว่าบ้านเขารู้จักตำรวจ รู้จักกับ ส.ส. เครียร์ได้หมด จะตีให้ตายก็ยังได้ ตนได้ยินแบบนี้แล้วได้แต่นอนกอดภรรยาร้องไห้ ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร จึงตัดสินใจ พาครอบครัว ออกเดินทางจาก จ.สิงห์บุรี ตั้งแต่ตี 4 มาหา "เพจสายไหมต้องรอด" ที่กรุงเทพ เพื่อขอความช่วยเหลือ

ลุงประเจิด กล่าวเสริมว่า สาเหตุเรื่องนี้น่าจะเกิดจากเมื่อเดือน พ.ค.65 ที่ผ่านมา ตนกับภรรยาทะเลาะมีปากเสียงกัน ตนจึงนำมุ้งออกมากางนอนนอกบ้าน พอรุ่งเช้า นายสมชาย ผู้ก่อเหตุผ่านมาเห็น จึงได้ตะโกนพูดขึ้นว่า "ใครนอน" เมื่อนายสมชาย เดินมาดูใกล้ๆเห็นว่าเป็นตนนอนอยู่ จึงตะโกนพูดขึ้นอีกว่า "ไอ่ขี้เหล้าเมาเหี้ยแบบนี้ ใครจะให้เข้าบ้านว่ะ" แต่ตนก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร ต่อมาหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่ตนกำลังขับรถ จยย. ออกไปทำงาน เห็นนายสมชาย ยืนอยู่หน้าบ้าน ตนจึงจอดรถตะโกนถามนายสมชาย ไปว่า "ไอ่แดง แล้วกูไปทำอะไรให้มึง มึงถึงมาด่ากู ว่าไอ่ขี้เหล้าเมาเหี้ยขนาดนั้น กูไปทำอะไรให้ มาด่ากูทำไม กูไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้ใครเลย กินก็บ้านกู กูไม่ได้ขอมึงกิน" ตนคิดว่า นายสมชาย อาจรู้สึกเสียหน้า จึงเก็บความแค้นมาดักทำร้ายตนในครั้งนี้

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า หลังจากพูดคุยกับลุงประเจิด รู้สึกเห็นใจลุงเป็นอย่างมากที่ต้องกลายมาเป็นคนพิการตาบอด ตนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า ก็คือความไม่ยุติธรรมในรูปแบบหนึ่งนั้นเอง จึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.วรพันธุ์ พิสุทธานนท์ ผกก.สภ.บางระจัน เพื่อขอให้ท่านช่วยเร่งรัดคดี และกำชับพนักงานสอบสวน ขอให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เบื้องต้นทางด้าน พ.ต.อ.วรพันธุ์ หลังจากได้รับการประสานงานได้สั่งการให้ พ.ต.ท.มงคล ปันต๊ะ รอง ผกก.สอบสวน เข้ามาดูสำนวนการสอบสวน และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว นอกจากนี้ตนยังได้ประสานไปยัง ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อพาผู้เสียหายเข้ายื้นเรื่องขอความเป็นธรรม และประสานเรื่องเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญา ในวันจันทร์ที่ 21 พ.ย.65 เวลา 10.30 น. อีกด้วย