วันที่ 8 ธันวาคม 2565 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ปวิช ข่าทิพย์พาที, พ.ต.ท.หัตถพร ทองคำ, พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย รอง ผกก.5 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ต.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายธวัชชัย หรือจอส (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 206/2565 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน, โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์, โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป, โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้, โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดฯ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ”

พร้อมกับตรวจยึดของกลาง รถยนต์เก๋งที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมกว่า 7 รายการ โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถข้างโรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนพระราม 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
สำหรับพฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ย.65 ได้มี นายธวัชชัย หรือจอสฯ กับพวกรวม 7 คน ได้ร่วมกันบุกบ้านสองตายาย ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.บ้านราม อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช แล้วลักเอาตู้เซฟ ภายในมีเงินสด, ทองคำรูปพรรณ ปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวน จนทราบว่า การก่อเหตุในครั้งนี้กลุ่มแก๊งคนร้ายได้ร่วมกันวางแผนมาเป็นอย่างดี มีการปิดบังอำพรางใบหน้าและเครื่องแต่งกาย เพื่อไม่ให้เห็นหน้าหรือจำหน้าได้ หลังจากก่อเหตุกลุ่มคนร้ายได้มีการแบ่งทรัพย์สินกัน และได้นำตู้เซฟที่ลักมาไปทิ้งในบ่อทราย สภาพตู้เซฟอยู่ในสภาพถูกเจาะพังยับเยิน ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 40 กิโลเมตร ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า หนึ่งในกลุ่มคนร้าย คือ นายเมฆฯ ซึ่งเป็นหลานชายแท้ ๆ ของสองตายายผู้เสียหายในคดีนี้ เนื่องจากนายเมฆฯติดการพนันออนไลน์ทำให้มีหนี้สินเป็นจำนวนมาก จึงได้ชวนเพื่อนร่วมแก๊งมางัดบ้านตายายของตัวเอง โดยนายเมฆฯ
มีหน้าที่ในการดูต้นทางและชี้เป้าให้กับกลุ่มแก๊งดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดปากพนัง เพื่อออกหมายจับคนร้ายกลุ่มแก๊งดังกล่าว และเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมตัวกลุ่มแก๊งคนร้ายได้ จำนวน 4 คน และสืบสวนติดตามคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายจอสฯ หนึ่งในคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุดังกล่าว ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บริเวณแขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ จึงได้เข้าทำการจับกุม พร้อมตรวจยึดของกลาง เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนในคดี และได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จาการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าผู้ต้องหากับพวก รวม 7 คน ได้ร่วมกันเข้าไปลักตู้เซฟในบ้านญาติของหนึ่งในคนร้าย โดยหลังก่อเหตุได้มีการแบ่งทรัพย์สินกัน และผู้ต้องหาได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินเพียง 25,000 บาท และได้หลบหนีมาอยู่ที่กรุงเทพ จนกระทั่งถูกจับกุมในเวลาต่อมา โดยสาเหตุที่ร่วมก่อเหตุดังกล่าว เนื่องจากตนเสียการพนันออนไลน์