เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2565 พ.ต.ท.โชติ ไกรสนิท สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดยาว ได้รับการติดต่อจาก ร.ต.ต.ดิเรก บำรุง รองสารวัตรฝ่ายสืบสวน สภ.ลาดยาว ว่ามีเหตุฆ่าคนตายในไร่มันสำปะหลัง พื้นที่บ้านโป่งนก หมู่ที่ 21 ต.บ้านไร่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ก่อเหตุกำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมอบตัวชดใช้ความผิด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อน จะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับตำรวจฝ่ายสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลลาดยาว และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย โดยเมื่อไปถึง พบ ร.ต.ต.ดิเรก นำพาตัวนายนัส อายุ 64 ปี ผู้ก่อเหตุส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายมนัสให้การว่า เมื่อสักประมาณ 1 ชั่วโมง ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายชีพ อำพันทอง อายุ 71 ปี เสียชีวิตอยู่บนนถนนทางเข้าไร่มันสำปะหลัง พร้อมกับส่งมอบอาวุธปืนก๊อก ขนาด 11 มม.ส่งมอบให้เป็นของกลางก่อนจะนำพาไปตรวจสอบศพยังจุดเกิดเหตุ

ทันทีที่ไปถึงยังจุดก่อเหตุฆ่า เจ้าหน้าที่พบรถอีแต๊กพ่วงกระบะท้าย จอดอยู่บนถนน ในสภาพใต้ท้องกระบะรถ มีศพของนายชีพ นอนตายในสภาพมีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่แขนซ้ายทะลุแขนขวา และที่ปลายคางทะลุหัวออกหัวด้านหลัง จึงให้ทางแพทย์เวร และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยชันสูตรตรวจสอบสภาพศพ ส่วนนายนัสมือปืนผู้ก่อเหตุ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวนยังโรงพัก

จากการสอบสวนนายนัส ให้การรับสารภาพว่า หลังจากก่อเหตุยิงแล้ว รู้สึกสำนึกบาปอย่างหนัก จึงได้โทรศัพท์บอกกับลูกสาวก่อนจะติดต่อ ร.ต.ต.ดิเรก ซึ่งมีบ้านอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ให้มารับตัวเพื่อส่งมอบตัวตำรวจ ส่วนชนวนสาเหตุ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนได้เดินทางไปทำงานเป็นช่างเชื่อมอยู่ที่ประเทศสวีเดนนานนับปี เมื่อกลับมาอยู่บ้าน ก็ได้รับทราบข่าวที่ไม่ดีระหว่างผู้ตายและภรรยา วัย 64 ปี ของตน ในช่วงที่ตนอยู่ต่างประเทศ จึงทำให้เกิดความคิดมากสะสมเรื่อยมา กระทั่ง วันนี้มาเจอผู้ตายกำลังขับรถอีแต๊กออกจากไร่มันสำปะหลัง จึงก่อเหตุดังกล่าว

“ลุงก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือป่าว แต่เจ้าเพื่อนตัวดีมันชอบพูดให้ลุกฟังอยู่บ่อย แถมยังเป่าหูให้ลุงระวังตัวถูกสวมเขา ประกอบกับที่ผ่านมา เวลาที่นายชีพขี่รถผ่านบ้านของลุง เขาก็มักจะชอบมองในเวลาที่ผ่านไปผ่านมาทุกครั้งด้วย เลยทำให้เกิดความสงสัย และก็เก็บเอามาคิดอยู่ตลอด จนกลายเป็นความเครียดสะสมอยู่นาน แต่ก็ยังไม่ได้ถึงขนาดไปไปทำอะไรผู้ตายนะ จนกระทั่งวันนี้ ลุงได้ออกมาจากไร่แล้วก็มาเจอกับนายชีพกำลังขับรถอีแต๊กออกจากไร่ของเขาพอดี ลุงจึงตัดสินใจเรียกนายชีพมาสอบถามสิ่งที่คาใจว่าเรื่องจริงหรือไม่จริง แต่กลายเป็นว่า มีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง ลุงจึงเกิดความโมโห ชักปืนออกมารัวยิงนายชีพถึง 3 นัด จนดับคาที่” นายนัส ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ประวัติของนายนัสได้เดินทางกลับจากประเทศสวีเดนมาอยู่บ้านเกิดนานหลายปีแล้ว และเจ้าตัวเคยประสบอุบัติเหตุอย่างหนักในระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์ จนถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำผ้ามาห่อร่างให้แล้ว เพราะคิดว่าเสียชีวิต แต่สุดท้าย ก็ได้สติคืนกลับมา จึงถูกนำตัวไปรักษาจนหายดี แต่หลังจากเหตุการณ์นั้น นายนัสกลายเป็นคนที่มีอาการทางประสาท ซึ่งในระหว่างที่ทางเจ้าตัวให้การกับเจ้าหน้าที่ ก็ยังมีบางช่วงบางตอน ให้การวกไปวนมา

อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายมนัส ฐานฆ่าคนตาย และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ก่อนจะดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฏหมายต่อไป.