1 พฤษภาคม 2569

เตือนระวัง! เสี่ยงติดโรคร้ายจากเนื้อหมู ถ้าไม่แยกตะเกียบ

image

นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ห่วงใยประชาชนชาวจังหวัดนครสวรรค์ ติดโรคร้ายจากการใช้ตะเกียบคีบหมูดิบแล้วนำมาคีบอาหารรับประทาน

นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการรับประทาน ชาบู หมูกระทะ หมูจุ่ม หม้อไฟ เป็นที่นิยมของคนไทยเกือบทุกเพศทุกวัย เพราะการรับประทานชาบูหรือหมูกระทะทำให้เราได้พูดคุยกัน กินไปคุยไป ช่วยกันปิ้ง ช่วยกันต้ม ทำให้อาหารอร่อยและเจริญอาหาร แต่การรับประทานเมนูนี้แฝงไปด้วยโรคร้ายถึงชีวิตที่อาจได้รับจากเนื้อหมูถ้าปิ้งหรือต้มแบบไม่สุก และที่สำคัญมีความสี่ยงต่อการเป็นโรคหูดับ

นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ปี 2565 นับตั้งแต่ วันที่ 01 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2565 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับรายงานผู้ป่วย โรค Streptococcus suis infection หรือไข้หูดับ จำนวนทั้งสิ้น 10 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.00 ต่อแสนประชากร แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต โดยพบผู้ป่วยสูงสุดในเดือน กุมภาพันธ์ และกรกฎาคม 2565 ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยเดือนละ 3 ราย และกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 45-54 ปี

นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ กล่าวต่ออีกว่า โรคที่เกิดจากการบริโภคชาบู หมูกระทะ ส่วนใหญ่เกิดจาการรับประทาน เนื้อหมูสุกๆ ดิบๆ และบางส่วนเกิดจากการใช้ตะเกียบคีบหมูดิบเพื่อนำไปต้ม ปิ้ง ย่าง แล้วนำมาคีบอาหารใส่ปากโดยไม่มีการ  แยกตะเกียบ ซึ่งนอกจากโรคไข้หูดับที่มีสาเหตุมาจากเนื้อหมูดิบแล้วยังมีอีกหลายโรค ได้แก่ อาหารเป็นพิษติดเชื้อในลำไส้  การรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรือการได้รับเชื้อจากตะเกียบที่คีบหมูดิบ จะเพิ่มความเสี่ยงให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ และเชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่ไม่ได้ถูกความร้อนฆ่าเชื้อให้ตาย อาจทำให้ติดเชื้อในลำไส้ มีอาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน หากได้รับเชื้อโรคในปริมาณที่มาก อาจมีอาการรุนแรงมากซึ่งบางรายหากรักษาไม่ทันมีโอกาสเสียชีวิตจากอาการ  ท้องร่วงได้ พยาธิตัวตืดหมู หากเรากินหมูไม่สุก หรือใช้ตะเกียบที่คีบหมูดิบมาคีบอาหารเข้าปาก ก็อาจเปิดโอกาสให้ร่างกายได้รับพยาธิตัวตืดหมู ทำให้มีอาการผิดปกติ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ท้องร่วงเรื้อรัง หรือมีรอยบวมแดงบนผิวหนังที่เคลื่อนตำแหน่งไปเรื่อย ๆ จากการชอนไชของพยาธิ หรืออาการคันก้น เนื่องจากพยาธิออกมาวางไข่รอบๆ ทวารหนักตอนกลางคืน ซึ่งหากพบอาการดังที่กล่าวมาควรไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัย และรักษาด้วยยา ถ่ายพยาธิที่เหมาะสมกับชนิดพยาธิเพราะในกรณีที่รุนแรง พยาธิอาจขึ้นสมองจนเป็นอันตรายถึงชีวิต เชื้อไวรัสตับอักเสบอี เป็นเชื้อที่แฝงมากับเนื้อหมูที่ติดโรค และพบว่าสามารถติดต่อสู่คนได้จากการใช้ตะเกียบคีบหมูดิบที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วใช้ตะเกียบเดียวกันนั้นคีบอาหารเข้าปาก โดยไวรัสตัวนี้จะฟักตัวประมาณ 15-60 วัน แต่การติดเชื้อในคนส่วนใหญ่มักจะไม่รุนแรง เว้นแต่การติดเชื้อในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยที่เปลี่ยนอวัยวะ ผู้ที่กินยากดภูมิต้านทาน ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจเสี่ยงมีภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจากไวรัสตับอักเสบอีได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ท่านรับประทานชาบู หมูกระทะ หรือทุกครั้งที่ใช้ตะเกียบคีบ เนื้อหมูสด อย่าลืม !! แยกตะเกียบคีบอาหารสดกับอาหารสุกก่อนรับประทาน จะได้ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคดังที่กล่าวมาข้างต้น

ข่าวล่าสุด